รับของฟรี-POPCOIN-จาก-RS-1

จากการที่เศรษฐกิจทั่วโลกประสบภาวะวิกฤตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจและการจ้างงานของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับทางอุตสาหกรรมจำนวนมาก ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท คาดว่าวิกฤตการดังกล่าวจะทำให้เกิดการว่างงาน จำนวน 1 แสนคน โดยเฉพาะด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ การนี้ เพื่อกระตุ้นภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศไทย ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จึงได้จัดทำมาตรการสำคัญสนองตามนโยบายรัฐบาลด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดตั้ง “โครงการฝึกอบรมเพื่อชะลอการว่างงานในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์” ขึ้น โดยมีสถาบันการศึกษา 12 สถาบัน  ระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษา เข้าร่วมเป็นคณะทำงานจับคู่กับ ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวสู่เป้าหมาย

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ในฐานะของสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลากรมืออาชีพที่พร้อมทำงานได้ทันที อีกทั้งมีความพร้อมด้านองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ บุคลากรทางการศึกษาในสายวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีเฉพาะทางในหลายแขนง ได้จับคู่การจัดอบรมร่วมกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  เพื่อมุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพให้กับบุคคลกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับความต้องการที่ร่วมโครงการฯ  อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในมิติของบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  บุคลากรที่มีทักษะใหม่พร้อมทำงานสอดคล้องกับอุตสาหกรรม 4.0  สร้างความแข็งแรงและความพร้อมให้ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์หลังวิกฤต COVID-19 ต่อไป

การเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อชะลอการว่างงานของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ รุ่นที่ 1  ดำเนินการผ่านรูปแบบการอบรมออนไลน์    ได้รับเกียรติจาก ดร.สมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) และ ประธานเครือข่ายอุตสาหกรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี อินดัสเทรียล ฟอรั่ม) คุณศราวุธ รัตนพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ รศ.ดร.พิสิษฐ์ ชาญเกียรติก้อง คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  ในการให้รายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรดังกล่าว มีแผนการอบรมให้แก่บุคลากรด้านยานยนต์ที่ผ่านการคัดเลือก ในระดับผู้บริหาร วิศวกรโรงงาน และช่างผู้ปฏิบัติงาน จำนวนกว่า 900

ราย เป็นการอบรมระยะสั้นที่ใช้เวลา 15 วัน ต่อรุ่น ตลอดระยะเวลาของโครงการฯ  ระหว่างเดือนกันยายน ถึง เดือนธันวาคม 2564 ใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับผู้บริหารและผู้จัดการ (Supervisor) ระดับวิศวกรและผู้ปฏิบัติการ (Operator) ระดับพนักงานและแรงงาน (Worker) ในการเพิ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่  โดยมี สถาบันยานยนต์ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และสถาบันไทย-เยอรมัน เป็นเครือข่ายพันธมิตรช่วยสนับนุนการดำเนินการอบรมครั้งนี้ด้วย  โดยเริ่มต้นการอบรมครั้งที่ 1  เมื่อวันที่ 22-23 กันยายน 2564 เป็นที่เรียบร้อย

ด้าน ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ผู้รับผิดชอบโครงการฝึกอบรมเพื่อชะลอการว่างงานของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  เสริมว่า โครงการอบรมดังกล่าวนี้ มีเป้าหมายให้บุคลากรจำนวน 9,500 คน ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรระยะสั้นและสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม 4.0 ได้ ผู้ที่เข้าร่วมอบรมจะได้รับประกันการจ้างงาน 1 ปี โดยคาดว่าผลลัพธ์จะสามารถลดโครงสร้างต้นทุนการผลิตด้านแรงงานประมาณ 38% นำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ประเมินการรักษามูลค่าในห่วงโซ่อุปทานการผลิตยานยนต์ได้ราว 14,450 ล้านบาท

โครงการฝึกอบรมเพื่อชะลอการว่างงานของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ มีแผนดำเนินโครงการฯ เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยวิทยากรมืออาชีพร่วมให้ความรู้  อาทิ รองศาสตราจารย์ ดร. ไพฑูรย์ ศิริโอฬาร หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการและการผลิตอัจฉริยะ, ผศ.ดร. จุฑาทิพย์ ลีลาธนาพิพัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการและการผลิตอัจฉริยะ และ ดร. ภาคภูมิ ปฐมภาคย์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ    คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี พีไอเอ็ม  ผ่านการบรรยายและบูรณาการร่วมไปกับเชิงปฏิบัติการ การทดลองและการสาธิตเสมือนจริง(Simulation) ในรูปแบบออนไลน์เพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ ให้เกิดประสิทธิผลอย่างสูงสุด ผู้อบรมจะได้เพิ่มเติมองค์ความรู้ ความสามารถผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรระยะสั้น พร้อมนำไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, พีไอเอ็ม, โตโยต้า, วิศวกรรมศาสตร์, หุ่นยนต์, ระบบอัตโนมัติ, ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์, ยานยนต์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.