มีบุตรยากในทางการแพทย์ ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสมีลูกได้อีกต่อไป เพียงแต่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่ต้องการการดูแลและช่วยเหลืออย่างถูกวิธี วันนี้เราจะพาทุกคู่รักมาเช็กเกณฑ์เวลาและ 5 สัญญาณเตือนสำคัญ เพื่อให้รู้เท่าทันและวางแผนรับมือได้อย่างถูกต้อง

ปล่อยธรรมชาตินานแค่ไหนถึงเข้าเกณฑ์มีบุตรยาก ?

เกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ในการประเมินภาวะมีบุตรยาก จะพิจารณาจากอายุฝ่ายหญิงและระยะเวลาที่ปล่อยธรรมชาติ โดยมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และไม่ได้คุมกำเนิด ดังนี้

  • ฝ่ายหญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี : หากปล่อยธรรมชาติและตั้งหน้าตั้งตาทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอนาน 1 ปีเต็ม แล้วยังไม่ตั้งครรภ์ จะเริ่มเข้าข่ายภาวะมีบุตรยาก
  • ฝ่ายหญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป : เนื่องจากปริมาณและคุณภาพของไข่จะลดลงอย่างรวดเร็วตามอายุ เกณฑ์เวลาจึงลดลงเหลือเพียง 6 เดือน หากเกินกว่านี้ควรรีบจูงมือกันไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบปีครับ

ภาวะมีบุตรยาก สามารถเกิดได้จากทั้งฝั่งผู้หญิงและผู้ชาย การตรวจหาสาเหตุจึงจำเป็นต้องตรวจแพ็กคู่เสมอ

5 สัญญาณเตือนทางร่างกายที่ควรรีบไปพบแพทย์

หากเข้าเกณฑ์เวลาข้างต้น หรือมีอาการร่วมตรงกับ 5 ข้อนี้ แนะนำให้ลองเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผู้มีบุตรยาก

  1. ประจำเดือนของฝ่ายหญิงมาไม่ปกติ หรือขาดหาย

สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของระบบสืบพันธุ์เพศหญิง คือรอบเดือน หากประจำเดือนมากะปริดกะปรอย ไม่สม่ำเสมอ รอบเดือนสั้นกว่า 21 วัน หรือยาวเกิน 35 วัน รวมถึงภาวะขาดประจำเดือน สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ถึงภาวะ “ไม่ตกไข่” หรือฮอร์โมนแปรปรวน

  1. อาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง

อาการปวดท้องเมนส์ชนิดที่ต้องกินยาแรง หรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีพังผืดในอุ้งเชิงกราน ซึ่งโรคเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางการเดินทางของไข่และสเปิร์ม หรือทำให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ยาก

  1. ฝ่ายชายมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายอสุจิหรือสมรรถภาพ

หากฝ่ายชายมีประวัติเคยประสบอุบัติเหตุบริเวณอัณฑะ, เคยเป็นโรคคางทูมในวัยเด็ก, มีปัญหาหลั่งเร็ว อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือความต้องการทางเพศลดลง สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลโดยตรงต่อจำนวนและความเข้มข้นของตัวอสุจิ

  1. ร่างกายมีความเปลี่ยนแปลงจากฮอร์โมนที่ผิดปกติ

เช่น มีขนขึ้นดกตามใบหน้าและหน้าอก, สิวขึ้นรุนแรงเรื้อรัง, ผมร่วงบาง หรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้สะท้อนถึงความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของไข่

  1. มีประวัติแท้งบุตรติดต่อกัน 2 ครั้งขึ้นไป

แม้จะสามารถตั้งครรภ์เองได้ แต่หากไม่สามารถอุ้มท้องจนคลอดได้และเกิดการแท้งติดต่อกันเรื้อรัง ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของภาวะมีบุตรยากที่ต้องหาสาเหตุเชิงลึก เช่น ความผิดปกติของโครโมโซม หรือความผิดปกติของโครงสร้างมดลูก

การยอมรับและเดินเข้าหาแพทย์เฉพาะทางเมื่อเผชิญภาวะมีบุตรยาก ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเขินอาย หรือรู้สึกล้มเหลว การตรวจพบสาเหตุตั้งแต่แรกในขณะที่อายุยังไม่มาก จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษาได้