Economic Stimulus Put on Hold:ยุบสภาแล้วจะได้คนละครึ่งไหม สรุป ไม่ได้เพราะ…

ข่าวนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญทันทีหลังจากการประกาศยุบสภา ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความหวังของประชาชนที่รอคอยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และยังเผยให้เห็นรอยร้าวทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและพรรคฝ่ายค้าน (เดิม) ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง โดยตัวละครหลักคือ นายภราดร ปริศนานันทกุล จากพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาเคลียร์ 2 ประเด็นร้อน คือ “เงินดิจิทัล/คนละครึ่ง” และ “ข้อหาหักหลังทางการเมือง”

1. “คนละครึ่ง” เฟส 2 ต้องหยุดชะงัก

  1. นายภราดร ปริศนานันทกุล (รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.พรรคภูมิใจไทย) เปิดเผยว่า โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” เฟส 2 จำเป็นต้องพับเก็บไปก่อน
  2. สาเหตุ: เนื่องจากการยุบสภา ทำให้ติดข้อกฎหมายเลือกตั้งที่ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณหรือดำเนินโครงการลักษณะนี้ได้ในช่วงนี้ แม้ว่ากระทรวงการคลังเตรียมจะนำเข้า ครม. ในเร็วๆ นี้แต่ก็ยุบสภาเสียก่อน

2. ยืนยันภูมิใจไทยไม่ได้หักหลังพรรคประชาชน (ปชน.)

  1. กรณีการโหวตแก้รัฐธรรมนูญที่พรรคภูมิใจไทยเทเสียงหนุน สว. (ในประเด็นเสียงข้างมาก 2 ชั้น หรือ Double Majority) นายภราดรยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการหักหลัง
  2. เหตุผล: เป็นการแก้ปัญหาหน้างานเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อได้ เพราะหากไม่ยอมรับความเห็นของ สว. ในวาระ 2 จะทำให้ร่างกฎหมายถูกคว่ำในวาระ 3 อย่างแน่นอน (เพราะต้องใช้เสียง สว. สนับสนุน) จึงเลือกทางที่ทำให้กระบวนการไม่ล้มเหลว
  3. ระบุว่าเงื่อนไขการลงมตินี้ไม่ได้ถูกระบุไว้ใน MOA ของพรรคร่วมรัฐบาลเดิม

3. สถานะรัฐบาลรักษาการ

  1. รัฐบาลชุดปัจจุบันจะยังคงทำหน้าที่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่
  2. ยังสามารถดูแลแก้ไขปัญหาเร่งด่วนได้ตามปกติ โดยเฉพาะเรื่องสถานการณ์ชายแดนและภัยพิบัติต่างๆ

สรุปตอนท้าย

ในมุมประชาชน: ความหวังที่จะได้เงินช่วยค่าครองชีพจากโครงการ “คนละครึ่ง พลัส เฟส 2” ในช่วงต้นปีหน้าถือว่า “จบลงแล้ว” ณ เวลานี้ ต้องรอผลการเลือกตั้งใหม่และดูว่ารัฐบาลชุดหน้าจะรื้อฟื้นโครงการนี้ หรือเปลี่ยนเป็นนโยบายอื่นแทน

ในมุมการเมือง: พรรคภูมิใจไทยกำลังพยายามสลัดภาพ “พรรคที่ขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ” โดยอ้างว่าเป็น “นักประนีประนอม” เพื่อให้งานเดินต่อได้ ในขณะที่บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ น่าจะเดือดขึ้นจากการนำประเด็น “ใครจริงใจ-ใครหักหลัง” มาโจมตีกันอย่างแน่นอนครับ