ทำประกันชีวิตเมื่อเข้าสู่วัยทำงานที่มั่นคง หลายคนเริ่มคิดถึงเรื่องทำประกันชีวิตให้พ่อแม่ เพื่อเป็นหลักประกันด้านการเงินให้ครอบครัวในยามที่ไม่คาดคิด แต่คำถามที่พบบ่อยคือควรทำวงเงินคุ้มครองเท่าไหร่ต่อคน และมีวิธีประเมินอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของแต่ละครอบครัว

พิจารณาอายุและสุขภาพของพ่อแม่

อายุเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเบี้ยประกันและทุนประกันที่จะได้รับอนุมัติ ยิ่งพ่อแม่มีอายุมากหรือมีโรคประจำตัว เบี้ยประกันมักสูงขึ้น และบางบริษัทอาจจำกัดวงเงินคุ้มครองสูงสุด การตรวจสุขภาพก่อนสมัครจึงช่วยให้ทราบทุนประกันที่เป็นไปได้จริง และช่วยให้เลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายในปัจจุบัน

ประเมินจากภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว

หนึ่งในหลักการพื้นฐานของการทำประกันชีวิตคือการคำนวณจากภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาลระยะยาว หนี้สินคงค้าง ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่บุตรหลานอาจต้องรับผิดชอบต่อหากพ่อแม่เสียชีวิตกะทันหัน การรวมตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำที่ควรมี

เลือกประเภทกรมธรรม์ให้เหมาะกับวัย

สำหรับพ่อแม่ที่อายุมากแล้ว การทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพหรือแบบชั่วระยะเวลาที่เน้นความคุ้มครองสูงในเบี้ยที่จ่ายไหว มักเหมาะสมกว่าประกันแบบสะสมทรัพย์ที่เน้นการออม เพราะเป้าหมายหลักคือการมีทุนประกันรองรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ไม่ใช่การลงทุนระยะยาว นอกจากนี้ควรพิจารณาสัญญาเพิ่มเติมด้านสุขภาพหรือโรคร้ายแรงประกอบด้วย

คำนวณวงเงินคุ้มครองแบบคร่าว ๆ

แนวทางหนึ่งที่ใช้ประเมินทุนประกันคือการรวมยอดหนี้สินคงค้าง ค่าใช้จ่ายจัดงานศพโดยประมาณ และค่ารักษาพยาบาลสำรองสำหรับ 1-2 ปี เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ตัวเลขวงเงินคุ้มครองที่ครอบคลุมความเสี่ยงหลัก โดยไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกคน เพราะสถานะสุขภาพและภาระของพ่อและแม่แต่ละคนอาจแตกต่างกัน

เปรียบเทียบเบี้ยประกันให้เหมาะกับกำลังทรัพย์

การทำประกันชีวิตควรอยู่ในระดับที่ผู้จ่ายเบี้ยรับภาระได้ในระยะยาว โดยทั่วไปแนะนำให้เบี้ยประกันรวมทุกกรมธรรม์ไม่เกินสัดส่วนที่เหมาะสมของรายได้ต่อเดือน เพื่อไม่ให้กระทบสภาพคล่องทางการเงินของครอบครัว การเปรียบเทียบแผนจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจจึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม

การทำประกันชีวิตให้พ่อแม่คนละเท่าไหร่นั้นไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ควรประเมินจากอายุ สุขภาพ ภาระค่าใช้จ่าย และกำลังทรัพย์ของครอบครัวเป็นหลัก การปรึกษาตัวแทนประกันหรือที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละคนจะช่วยให้ได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและไม่เป็นภาระเกินความจำเป็น