
บทความนี้ได้รวบรวม 10 อันดับเรือและแพทางเลือก ที่ได้รับความนิยม โดยคัดสรรจากความคุ้มค่า ความทนทาน และราคาที่เข้าถึงง่ายที่สุดมาฝากครับ
1. เรือพลาสติก PE (ทรงท้องแบน)
“แชมป์ยอดนิยม ทนทาน ลากจูงง่าย” นี่คือเรือที่หน่วยงานกู้ภัยและชาวบ้านนิยมที่สุด ทำจากพลาสติก Polyethylene ชนิดเหนียวพิเศษ ทนแรงกระแทก ไม่แตกง่าย ทนแดดทนฝน และน้ำหนักเบา
ข้อดี: ทนทานมาก ไม่เป็นสนิม ดูแลรักษาง่าย ขนย้ายสะดวก
ข้อควรระวัง: หากกระแสน้ำแรงมากอาจควบคุมทิศทางได้ยากกว่าเรือมีเครื่องยนต์
ราคาเริ่มต้น: 3,500 – 5,500 บาท (ขนาด 8-10 ฟุต)
2. เรือยางเป่าลม (เกรด PVC หนา)
“ราชาแห่งการจัดเก็บ พกพาสะดวก” เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่น้อย สามารถพับเก็บใส่กล่องได้ เมื่อต้องการใช้เพียงแค่สูบลม ยุคใหม่มีรุ่นที่เสริมพื้นแข็งทำให้ยืนได้มั่นคงขึ้น
ข้อดี: ประหยัดพื้นที่จัดเก็บมาก ราคาถูก
ข้อควรระวัง: ต้องระวังของมีคมและกิ่งไม้ใต้น้ำ อาจรั่วได้ (ควรเลือกรุ่นที่มีห้องลมแยกอิสระหลายห้องเพื่อความปลอดภัย)
ราคาเริ่มต้น: 1,200 – 3,000 บาท
3. กระบะผสมปูน (เรือจำเป็นขวัญใจมหาชน)
“ถูกที่สุด สารพัดประโยชน์” แม้ไม่ใช่เรือโดยตรง แต่ “กระบะผสมปูน” สีดำใบใหญ่ กลายเป็นฮีโร่ทุกครั้งที่น้ำท่วม เหมาะสำหรับลากจูงของ ใช้ขนสัตว์เลี้ยง หรือให้เด็ก/ผู้สูงอายุนั่งลอยตัว
ข้อดี: ราคาถูกมาก หาซื้อง่ายตามร้านวัสดุก่อสร้าง พลาสติกเหนียวทนทาน
ข้อควรระวัง: หน้าไว (โคลงเคลงง่าย) ต้องนั่งนิ่งๆ และรักษาสมดุลให้ดี
ราคาเริ่มต้น: 400 – 700 บาท
4. เรือไฟเบอร์กลาส (ขนาดเล็ก)
“แข็งแกร่ง ทรงตัวเยี่ยม” ถ้าพอมีงบและพื้นที่เก็บ เรือไฟเบอร์กลาสขนาดเล็ก (1 ที่นั่ง) เป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะมีความแข็งแรงกว่าพลาสติก PE ทรงตัวในน้ำได้นิ่งกว่า
ข้อดี: โครงสร้างแข็งแรง อายุการใช้งานยาวนาน ซ่อมแซมด้วยการปะไฟเบอร์ได้
ข้อควรระวัง: น้ำหนักเยอะกว่าเรือพลาสติก เคลื่อนย้ายคนเดียวลำบาก
ราคาเริ่มต้น: 4,500 – 7,000 บาท
5. แพถังน้ำมัน 200 ลิตร (DIY)
“พี่ใหญ่จอมบรรทุก รับน้ำหนักได้โหด” การนำถังพลาสติก 200 ลิตร มาผูกยึดกับโครงไม้หรือเหล็ก เป็นทางเลือกสำหรับพื้นที่ที่น้ำท่วมขังนานและต้องขนของหนัก
ข้อดี: รับน้ำหนักได้มหาศาล (ถังละประมาณ 200 กก.) ลอยตัวสูง ปลอดภัย
ข้อควรระวัง: ประกอบยาก ต้องใช้อุปกรณ์และฝีมือช่าง เทอะทะ
ราคาเริ่มต้น: 2,000 – 4,000 บาท (ค่าถังและวัสดุโครงสร้าง)
6. เรือคายัค (Sit-on-top รุ่นประหยัด)
“คล่องตัว เข้าซอกซอยได้ดี” เรือคายัคแบบนั่งบน (Sit-on-top) เหมาะมากสำหรับการพายเข้าไปสำรวจ หรือส่งเสบียงในจุดที่น้ำท่วมสูงแต่พื้นที่แคบ
ข้อดี: เคลื่อนที่เร็ว ควบคุมทิศทางง่าย ลุยน้ำตื้นได้ดี
ข้อควรระวัง: บรรทุกของได้น้อย เหมาะสำหรับนั่ง 1-2 คนเท่านั้น
ราคาเริ่มต้น: 4,000 – 6,000 บาท
7. แพท่อ PVC (DIY)
“งานประดิษฐ์งบเบาๆ ทำเองได้” ใช้ท่อ PVC ขนาดใหญ่ (4 นิ้วขึ้นไป) มาต่อเรียงกันเป็นแพ ปิดหัวท้าย เหมาะสำหรับทำเป็นแพลอยของ หรือแพฉุกเฉิน
ข้อดี: วัสดุหาซื้อง่าย ประกอบเองได้ น้ำหนักเบา
ข้อควรระวัง: รับน้ำหนักได้ไม่มากเท่าถัง 200 ลิตร กาวต้องแน่นหนาไม่งั้นน้ำเข้าท่อจะจม
ราคาเริ่มต้น: 1,500 – 2,500 บาท
8. ห่วงยางขนาดใหญ่ / ยางในรถสิบล้อ
“อุปกรณ์กู้ชีพขั้นพื้นฐาน” ไม่ใช่เรือ แต่เป็นสิ่งที่ “ต้องมี” ยางในรถบรรทุกมีความทนทานสูงมาก ใช้เกาะลอยตัว หรือวางกะละมังด้านบนเพื่อขนของได้
ข้อดี: ถูกมาก ทนทาน ซ่อมปะยางได้ง่าย
ข้อควรระวัง: ตัวเราต้องแช่อยู่ในน้ำ (เสี่ยงโรคน้ำกัดเท้า/ปลิง)
ราคาเริ่มต้น: 200 – 500 บาท
9. เรือสังกะสี / เรือเหล็กแผ่น
“คลาสสิก ดั้งเดิม” เรือชาวบ้านที่ทำจากแผ่นเหล็กชุบสังกะสี พับขึ้นรูป ยาแนวกันรั่วด้วยชัน
ข้อดี: ราคาไม่แพง หาซื้อได้ตามร้านท้องถิ่น พายง่าย
ข้อควรระวัง: เป็นสนิมได้หากเก็บรักษาไม่ดี ขอบอาจมีความคม ร้อนเมื่อตากแดด
ราคาเริ่มต้น: 2,500 – 4,000 บาท
10. บอร์ดโฟมอัดแข็ง (Stand Up Paddle Board – โฟม)
“ทางเลือกใหม่ ลอยตัวดี” แผ่นโฟมหนาพิเศษ (EPS Foam) หรือบอร์ดกู้ภัยโฟม ใช้สำหรับการเคลื่อนที่ระยะสั้นๆ หรือใช้เกาะลอยตัว
ข้อดี: เบาที่สุดในทุกประเภท ลอยน้ำได้ดีมาก ไม่จมแม้จะแตกหัก
ข้อควรระวัง: ไม่ทนต่อแรงขีดข่วน แตกหักได้ง่ายหากกระแทกแรง
ราคาเริ่มต้น: 800 – 2,000 บาท
คำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อ
ประเมินพื้นที่: ถ้าน้ำไหลเชี่ยว ห้าม ใช้เรือยางหรือเรือ DIY ที่ไม่แข็งแรง ให้ใช้เรือพลาสติกแข็งหรือไฟเบอร์กลาสเท่านั้น
ความลึก: ถ้าน้ำตื้น เข็นของได้ ให้ใช้กระบะผสมปูนจะคุ้มค่าที่สุด
อุปกรณ์เสริมสำคัญ: ไม่ว่าจะใช้เรืออะไร “เสื้อชูชีพ” คือสิ่งที่ขาดไม่ได้ และควรมี “ไม้พาย” สำรองเสมอ